จุดเริ่มต้นในการศึกษาคำสอนระดับสูงของพระพุทธเจ้า

จุดเริ่มต้นในการศึกษาคำสอนระดับสูงที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งของพระพุทธเจ้า ให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องนั้น ก่อนอื่นเราจะต้องปล่อยวางความเชื่อถือในตำรา หรือในคำสอนที่ได้ฟังหรือเรียนรู้มาจากคนอื่นทั้งหมดก่อน แล้วตั้งใจศึกษาธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง ที่เราสามารถรับรู้หรือสัมผัสได้ในปัจจุบัน โดยใช้เหตุผลในการศึกษา เราจะไม่ใช้การคาดเดาหรือคาดคะเนในการศึกษาอย่างเด็ดขาด   ซึ่งการศึกษาเช่นนี้จะทำให้ไม่มีทางผิดพลาดได้ และเมื่อพร้อมแล้วเราก็มาเริ่มพิจารณาตามหัวข้อทั้ง ๑๐ นี้ไปตามลำดับ พร้อมทั้งถามตัวเองว่า “ยอมรับความจริงเหล่านี้หรือไม่?”

*******************************************************

๑.     ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ทุกสิ่ง(ทั้งวัตถุและสิ่งที่ไม่ใช่วัตถุอันได้แก่พวกจิตหรือใจ)ที่เกิดขึ้นและตั้งอยู่ ล้วนจะต้องอาศัยเหตุ(ต้นเหตุ)และปัจจัย(สิ่งสนับสนุน) มาปรุงแต่ง(หรือสร้างหรือประกอบ)ให้เกิดขึ้นและตั้งอยู่ทั้งสิ้น”

๒.   ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ไม่มีสิ่งใดที่จะเกิดขึ้นมาได้เองลอยๆโดยไม่มีเหตุและปัจจัย”

๓.    ยอมรับหรือไม่ว่า ? “สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วและยังตั้งอยู่นั้น เมื่อเหตุหรือปัจจัยของมันได้เสื่อมสลาย(ใช้กับพวกวัตถุ)หรือดับ(ใช้กับพวกจิตใจ)หายไป สิ่งที่ตั้งอยู่นั้นก็ย่อมที่จะเสื่อมสลายหรือดับหายตามไปด้วยเสมอ”

๔.    ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและตั้งอยู่นั้น ไม่มีสิ่งที่เป็น ‘ตนเอง’  (อัตตา – ตนเอง หรือ ตัวตนที่แท้จริง ที่เป็นสิ่งที่เที่ยงแท้ถาวร หรือเป็นอมตะนิรันดร) ดังนั้นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมา จึงมีความไม่เที่ยงแท้ถาวร คือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะและยังต้องดับสลายหายไปในที่สุดอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว (อนิจจัง) และยังต้องทนประคับประคองตัวเองอยู่ด้วยความยากลำบาก มากบ้างน้อยบ้างตลอดเวลา (ทุกขัง) รวมทั้งไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง (อนัตตา)”

๕.    ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ร่างกาย, วัตถุ, และพลังงานทั้งหลาย ล้วนตกอยู่ในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนทั้งสิ้น”

๖.     ยอมรับหรือไม่ว่า ? “แม้สิ่งที่เป็น ‘จิต’ (สิ่งที่รับรู้, รู้สึก, จำ, และคิดได้) ของเราและสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ก็ล้วนตกอยู่ในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนเหมือนกับร่างกาย”

๗.    ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ถ้าไม่มีร่างกาย (คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ-สมอง) ที่ยังไม่ตายมาเป็นเหตุ จิตก็เกิดขึ้นมาไม่ได้”

๘.    ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ถ้าไม่มีสิ่งภายนอก (เช่น รูป เสียง กลิ่น รส) มาสัมผัสจิต (มาเป็นปัจจัย) จิตก็เกิดขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน”

๙.     ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ทั้งร่างกายและจิตที่รู้สึกว่าเป็น ‘ตัวเรา-ของเรา’ นี้ มันไม่ได้มีอยู่จริง มันเป็นเพียงสิ่งที่ถูก ‘ปรุงแต่ง’ หรือสร้างขึ้นมาชั่วคราวจากเหตุและปัจจัยโดยธรรมชาติเท่านั้น หาได้เป็นสิ่งที่มีอยู่อย่างถาวรหรือเป็นอมตะนิรันดรไม่”

๑๐.ยอมรับหรือไม่ว่า ? “ความเห็นหรือความเชื่อที่ว่า 'จิต (หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามที่รู้สึกและยึดถือว่าเป็นเรา) ของเราและสัตว์ทั้งหลายนี้เป็นตัวตนที่แท้จริง (คือเชื่อว่าจิตเป็นอัตตา) ที่จะสามารถออกจากร่างกายที่ตายไปแล้วไปเกิดใหม่ได้อีกเรื่อยไป' นั้น เป็นความเห็นหรือความเชื่อที่ผิดหรือไม่ถูกต้อง”

********************************************************************

ถ้าใครได้พิจารณาอย่างแยบคาย (คือตั้งใจพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกแง่ทุกมุม) แล้ว และยอมรับความจริงทั้ง ๑๐ ข้ออย่างไม่มีข้อสงสัย ก็แสดงว่าผู้นั้นได้เริ่มรู้จัก หรือเริ่มเข้าใจคำสอนระดับสูงของพระพุทธเจ้าอย่างถูกต้องแล้ว

แต่ถ้าใครไม่ยอมรับ โดยเฉพาะในข้อที่ ๑๐ ก็แสดงว่าผู้นั้นยังไม่รู้จัก หรือไม่เข้าใจคำสอนระดับสูงที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า เขาเพียงได้รู้จักแค่คำสอนระดับต่ำๆ(ศีลธรรม)ของพระพุทธเจ้า ที่ผสมปนเปอยู่กับคำสอนของศาสนาพราหมณ์(ฮินดู)มาแล้วเท่านั้น.

เตชปญฺโญ ภิกขุ.   ๑๕ พ.ย. ๒๕๕๑

อาศรมพุทธบุตร เกาะสีชัง ชลบุรี

(ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก www.whatami.net หรือ www.whatami.5u.com)